เข้าระบบ   
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน ?.

   สมาชิกขณะนี้   
บุคคลทั่วไป: 3
ไม่มีสมาชิกขณะนี้

สมาชิกทั้งหมด: 69
สมาชิกล่าสุด: nathrotch


สปา สเปร์ย เถาเอ็นอ่อน ฉีดพ่นก็ผ่อนคลาย

200.00 บ.
กลูแท็ก และ แคลทรีแอล(แคล3)

300.00 บ.
Spa Spray 100 % Natural ฉีดพ่นก็ผ่อนคลาย

200.00 บ.
สมุนไพร 108 น้ำมันมนต์พระยูไลฯ ทาแก้ปวดเมื่อย

100.00 บ.
Spaspray สมุนไพรสกัดเย็น

1,000.00 บ.
เหตุการณ์หลังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน

 

            สถานการณ์พระพุทธศาสนาบางอย่าง  มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ก่อนพุทธปรินิพพาน ซึ่งตอนปลายพุทธสมัยมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจหลายประการ

 

            พระมหาเถระผู้ใหญ่อย่างพระสารีบุตร  พระมหาโมคคัลลานะ เป็นต้น  ได้นิพพานไปก่อนพุทธปรินิพพาน ทำให้โฉมหน้าพระพุทธศาสนาเปลี่ยนแปลงไป เพราะตามหลักฐานในจาตุมสูตร พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระอัครสาวกทั้งสองว่า อยู่ในฐานะที่จะบริหารคณะสงฆ์ เสมอด้วยพระองค์  หากพระอัครสาวกทั้งสองไม่นิพพานไปก่อน ระบบการบริหารคณะสงฆ์อาจมีรูป มีสังฆปรินายกรูปเดียว  แบบการปกครองของศาสนาคริสต์ก็ได้ เมื่อพระอัครสาวกทั้งสองนิพพานไปแล้วพระมหาเถระรูปอื่นไม่ได้รับการยกย่องในฐานะดังกล่าว รูปการปกครองพระพุทธศาสนาจึงต้องให้พระสงฆ์ยึดถือพระธรรมวินัย  ที่พระองค์ทรงบัญญัติแสดงแล้ว  เป็นศาสดาแทนพระองค์อย่างที่เป็นไปในปัจจุบัน

        เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว  มีการกำหนดถวายพระเพลิงในวันที่    มกุฏพันธนเจดีย์  ด้านตะวันออกของเมืองกุสินารา วันถวายพระเพลิงนั้น พระมหากัสสปเถระพร้อมด้วยภิกษุบริวารเดินทางจากเมืองปาวามาสู่กุสินารา  ท่านได้ทราบจากผู้ที่สวนทางไปว่า  พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วและกำหนดถวายพระเพลิงในวันนี้

        ภิกษุทั้งหลายทราบข่าวนั้นแล้ว  ที่เป็นปุถุชนก็เกิดความเศร้าโศก  คร่ำครวญ ที่เป็นพระขีณาสพ  หรือพระอรหันต์ก็ปลงธรรมสังเวช  แต่ในหมู่ภิกษุเหล่านั้นมีอยู่รูปหนึ่ง  ชื่อ สุภัททะผู้บวชเมื่อแก่  ได้กล่าวขึ้นว่า  อย่าเศร้าโศกคร่ำครวญเลย  พระพุทธเจ้าปรินิพพานเสียก็ดีแล้ว  พวกเราจะได้ทำอะไร  ตามใจชอบไม่มีใครห้ามปราม  ตำหนิ เมื่อพระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่คอยห้ามปราม ตำหนิการกระทำต่างๆ ของภิกษุทั้งหลายอยู่เนืองๆ

        พระมหากัสสปเถระ ได้ฟังแล้วเกิดสังเวชสลดใจว่า  พระศาสดานิพพานไปเพียง  วันเท่านั้น  ยังมีภิกษุที่เป็นเสี้ยนหนามของพระธรรมวินัยถึงปานนี้  ต่อไปภายหน้ากาลเวลานานไปจะเป็นอย่างไร 

        คำพูดของท่านสุภัททวุฑฒบรรพชิต  ถือว่าเป็นการกล่าวจ้วงจาบขาดความเคารพต่อพระธรรมวินัย ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นพุทธสาวกเสมือนผู้แสดงตนเป็นขบถต่อพระศาสดา แต่เนื่องจากเป็นเวลาที่ใกล้การถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ พระมหากัสสปเถระจึงไม่ได้กล่าวอะไรในขณะนั้น

        การที่พระสุภัททวุฒบรรชิต  กล่าววาจาที่เป็นเสี้ยนหนามนั้นเมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่า  จะไม่ใช่มีแต่พระสุภัททะวุฒบรรชิตรูปเดียวเท่านั้น  คงจะมีปาปภิกษุอีกไม่ใช่น้อยที่มีความเห็นอย่างสุภัททะวุฒบรรชิต  ความข้อนี้การทำให้เกิดความแตกแยกความสามัคคีในสังฆมณฑล  เคยมีมาแล้วในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่  เช่น พระภิกษุชาวเมืองโกสัมพีทะเลาะกันเรื่องน้ำ  และพระเทวทัต มีความประสงค์จะให้พุทธองค์บัญญัติสิกขาบท  ข้อ  คือ

                . ขอภิกษุทั้งหลายจงเป็นผู้อยู่ป่าตลอดชีวิต

                . ขอภิกษุทั้งหลายจงเที่ยวบิณฑบาตตลอดชีวิต

                . ขอภิกษุทั้งหลายจงทรงผ้าบังสุกุลตลอดชีวิต

                . ขอภิกษุทั้งหลายจงอยู่โคนไม้ตลอดชีวิต

                . ขอภิกษุทั้งหลายอย่าพึงฉันปลาและเนื้อตลอดชีวิต

        พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาตตามที่พระเทวทัต ทูลขอ  ด้วยเหตุผลที่ว่า  ข้อที่หนึ่งถึงข้อที่สามนั้นให้เป็นไปตามอัธยาศัย  ข้อที่สี่ทรงมีข้อห้ามไว้ไม่ให้อยู่ในหน้าฝน  เนื่องด้วยเป็นความลำบากในความเป็นอยู่  ข้อที่ห้าให้ภิกษุฉันได้ถ้าไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นเองหรือไม่ได้เจาะจงเฉพาะตนเองและภิกษุต้องมีชีวิตอยู่เนื่องด้วยชาวบ้าน เว้นแต่เนื้อต้องห้ามตามพระวินัยบัญญัติ  ๑๐ อย่าง  แต่อย่างไรก็ตาม  เมื่อพระศาสดายังมีพระชนม์ชีพอยู่  เหตุต่าง  ที่เกิดขึ้นก็ย่อมระงับลงได้ด้วยมีผู้ชี้ขาดและตัดสิน    สาวกส่วนใหญ่มีความเชื่อความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า  แม้จะมีความคิดความเห็นไม่ลงรอยกันก็ยังมีความยำเกรงอยู่ไม่กล้ากระทำการใดโดยพลการ

         เมื่อถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเรียบร้อยแล้ว  พระมหากัสสปเถระซึ่งเป็นพระเถระผู้ใหญ่อยู่ในเวลานั้น  ได้ปรารภเรื่องนี้ให้พระสงฆ์อรหันต์ทั้งหลายทราบ  เห็นพร้อมกันว่าควรทำการสังคายนาพระธรรมวินัยให้ทรงจำกันไว้เป็นหลักฐาน  จึงตกลงจะประชุมทำสังคายนาที่กรุงราชคฤห์  ยังเหลือเวลาอยู่อีกเกือบ  เดือนจะเข้าพรรษา  ให้ภิกษุทั้งหลายแยกย้ายกันไปตามอัธยาศัย  พอจวนเข้าพรรษาขอให้ไปประชุมพร้อมกันที่กรุงราชคฤห์ซี่งเป็นเมืองแรกที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประดิษฐานพระศาสนา

        พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้ร้อยกรองพระธรรมวินัย 

        มีเรื่องเล่าว่า  สมัยเมื่อนิครนถนาฏบุตร  ผู้เป็นอาจารย์เจ้าลัทธิสำคัญคนหนึ่งสิ้นชีพ  สาวกเกิดแตกกัน  พระจุนทเถระผู้เป็นน้องชายของพระสารีบุตร เกรงเหตุการณ์เช่นนั้นจะเกิดแก่พระพุทธศาสนา จึงเข้าไปหาพระอานนท์เล่าความให้ฟัง พระอานนท์จึงชวนไปเฝ้าพระพุทธเจ้า  เมื่อกราบทูลแล้วพระองค์ได้ตรัสตอบด้วยข้อความเป็นอันมาก  แต่ไม่อยู่ข้อหนึ่งที่สำคัญยิ่งคือ พระผู้มีพระภาคตรัสบอกพระจุนทะ  แนะให้รวบรวมธรรมภาษิตของพระองค์  และทำสังคายนา คือจัดระเบียบทั้งโดยอรรถและพยัญชนะเพื่อให้พรหมจรรย์ตั้งมั่นยั่งยืนสืบไป

        พระพุทธภาษิตที่แนะนำให้รวบรวมพุทธวจนะร้อยกรองจัดระเบียบหมวดหมู่นี้ ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นแห่งการแนะนำ  เพื่อให้เกิดพระไตรปิฎกดั่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

        ในสมัยเดียวกันนั้น  และปรารภเรื่องเดียวกัน  คือเรื่องสาวกของนิครนถนาฏบุตรแตกกัน  ภายหลังที่อาจารย์สิ้นชีวิต  ค่ำวันหนึ่ง  เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมจบแล้ว  เห็นว่าภิกษุทั้งหลายยังใคร่จะฟังต่อไปอีก  จึงมอบหมายให้พระสารีบุตรแสดงธรรมแทน  ซึ่งท่านได้แนะนำให้รวบรวมร้อยกรองพระธรรมวินัย  โดยแสดงตัวอย่างการจัดหมวดหมู่ธรรมะเป็นข้อ  ตั้งแต่  ถึงข้อ ๑๐ ว่ามีธรรมอะไรบ้าง อยู่ในหมวด  หมวด   หมวด  และถึงหมวด ๑๐ ซึ่งพระผู้มีพระภาคได้ทรงรับรองว่าข้อคิดและธรรมะที่แสดงนี้ถูกต้อง

        ในขณะที่พระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ยังไม่มีการจัดระเบียบหมวดหมู่  ยังไม่มีการจัดเป็นวินัยปิฎก  สุตตันตปิฎก  และอภิธัมมปิฎก   นอกจากมีตัวอย่างการจัดระเบียบวินัยในการสวดปาฏิโมกข์ลำดับสิกขาบททุกกึ่งเดือน  ตามพระพุทธบัญญัติและการจัดระเบียบพระธรรมแก่พระจุนทเถระและพระอานนท์ในปาสาทิกสูตร  และสามคามสูตร

        พระพุทธเจ้าประทานพุทธโอวาทไว้มาหลายต่างกาลต่างเวลา  ต่างสถานที่ การที่พระสาวกซึ่งท่องจำกันไว้ได้  และจัดระเบียบหมวดหมู่เป็นปิฎกต่าง   ในเมื่อพระศาสดานิพพานแล้ว คือ ในขั้นแรก  คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น  รวมเรียกว่าพระธรรมวินัย  เช่น ในสมัยเมื่อใกล้จะปรินิพพาน  พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า  “ธรรมและวินัยที่เราแสดงแล้ว  บัญญัติแล้วแก่ท่านทั้งหลาย  ธรรมและวินัยนั้น  จะเป็นศาสดาของท่านทั้งหลายเมื่อเราล่วงลับไป”

        สังคายนา แปลตามรูปศัพท์ว่า  ร้อยกรอง คือประชุมสงฆ์จัดระเบียบหมวดหมู่พระพุทธวจนะ  แล้วรับทราบทั่วกันในที่ประชุมนั้นว่าตกลงกันอย่างนี้  แล้วก็มีการท่องจำนำสืบต่อ  มา ในชั้นเดิมการสังคายนาปรารภเหตุความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา  จึงจัดระเบียบหมวดหมู่พระพุทธวจนะไว้  ในครั้งต่อ  มาปรากฏว่ามีการถือผิด ตีความหมายผิด ก็มีการชำระวินิจฉัยข้อที่ถือผิด ตีความหมายผิดนั้น  ชี้ขาดว่าที่ถูกควรเป็นอย่างไร  แล้วก็ทำการสังคายนา โดยการทบทวนระเบียบเดิมบ้าง  เพิ่มเติมของใหม่อันเป็นทำนองบันทึกเหตุการณ์บ้าง จัดระเบียบใหม่ในบ้างข้อบ้าง  ในชั้นหลัง  เพียงการจารึกลงในใบลาน  การสอบทานข้อผิดในใบลาน  ก็เรียกกันว่าสังคายนาไม่จำเป็นต้องมีเหตุการณ์ถือผิด เข้าใจผิดเกิดขึ้น  

 

        สังคายนาครั้งที่  

        กระทำที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ข้างภูเขาเวภารบรรพต  ใกล้กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย  พระมหากัสสปเถระเป็นประธานและเป็นผู้สอบถาม  พระอุบาลีเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางวินัย  พระอานนท์เป็นผู้ตอบข้อซักถามทางธรรม  มีพระอรหันต์ประชุมกัน ๕๐๐ 

   วิทยุคลื่นมหายาน ออนไลน์   
       


 
 วิทยุออนไลน์ ดาวโหลดมาติดตั้งที่มือถือ
  ฟังได้ทุกระบบ Android and IOS  
พิมพ์คำว่า
สมาพันธ์สื่อวิทยุพระพุทธศาสนาอาเซี่ยน
     
    ร่วมบุญกับวัดธรรมปัญญาราม
       

   เว็บเพื่อนบ้าน   
คลื่นมหายาน 2
facebookเสียงธรรมส่องโลก
เพจ ป.จ.ทิพสูงเนิน

        
       

เว็บไซต์มหายาน ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแผ่ พระพุทธศาสนามหายาน-เถรวาท และศิลปะวัฒนธรรม-ประเพณี 

เป็นแหล่งข่าวสารงานบุญ และกิจกรรมต่างๆเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม

Address is  108/8 moo 8 B.bangmuang T.bangchang A.sampran ,Nakhon pathom 73110, Thailand.

ที่อยู่ 108 หมู่ 8 บ้านบางม่วง  ตำบลบางช้าง  อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110

ติดต่อทีมงาน โทร: 081-137-8680, 086-769-8615, 087-234-2407  
E-mail: Mahayanthailand@Gmail.com


21112928 ผู้เข้าเยี่ยมชม iWebPack