เว็บไซต์ พระพุทธศาสนามหายานแห่งประเทศไทย
Search Register

   เข้าระบบ   
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน ?.

   ข้อความสั้น   
ชื่อ:

ข้อความ:
รหัสลับ: 42c77
กรอกรหัส:*
ช่วยเหลือ

admin
27. พฤษภาคม 2016 07:54:16
เว็บมหายาน.โออาจี ข่าวสาร สาระ ธรรมะ เพื่อประชาชนชาวพุทธ


   สมาชิกขณะนี้   
บุคคลทั่วไป: 1
ไม่มีสมาชิกขณะนี้

สมาชิกทั้งหมด: 69
สมาชิกล่าสุด: nathrotch

   เหตุการณ์หลังพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพาน

 

            สถานการณ์พระพุทธศาสนาบางอย่าง  มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ก่อนพุทธปรินิพพาน ซึ่งตอนปลายพุทธสมัยมีเหตุการณ์ที่น่าสนใจหลายประการ

 

            พระมหาเถระผู้ใหญ่อย่างพระสารีบุตร  พระมหาโมคคัลลานะ เป็นต้น  ได้นิพพานไปก่อนพุทธปรินิพพาน ทำให้โฉมหน้าพระพุทธศาสนาเปลี่ยนแปลงไป เพราะตามหลักฐานในจาตุมสูตร พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระอัครสาวกทั้งสองว่า อยู่ในฐานะที่จะบริหารคณะสงฆ์ เสมอด้วยพระองค์  หากพระอัครสาวกทั้งสองไม่นิพพานไปก่อน ระบบการบริหารคณะสงฆ์อาจมีรูป มีสังฆปรินายกรูปเดียว  แบบการปกครองของศาสนาคริสต์ก็ได้ เมื่อพระอัครสาวกทั้งสองนิพพานไปแล้วพระมหาเถระรูปอื่นไม่ได้รับการยกย่องในฐานะดังกล่าว รูปการปกครองพระพุทธศาสนาจึงต้องให้พระสงฆ์ยึดถือพระธรรมวินัย  ที่พระองค์ทรงบัญญัติแสดงแล้ว  เป็นศาสดาแทนพระองค์อย่างที่เป็นไปในปัจจุบัน

        เมื่อพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว  มีการกำหนดถวายพระเพลิงในวันที่    มกุฏพันธนเจดีย์  ด้านตะวันออกของเมืองกุสินารา วันถวายพระเพลิงนั้น พระมหากัสสปเถระพร้อมด้วยภิกษุบริวารเดินทางจากเมืองปาวามาสู่กุสินารา  ท่านได้ทราบจากผู้ที่สวนทางไปว่า  พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วและกำหนดถวายพระเพลิงในวันนี้

        ภิกษุทั้งหลายทราบข่าวนั้นแล้ว  ที่เป็นปุถุชนก็เกิดความเศร้าโศก  คร่ำครวญ ที่เป็นพระขีณาสพ  หรือพระอรหันต์ก็ปลงธรรมสังเวช  แต่ในหมู่ภิกษุเหล่านั้นมีอยู่รูปหนึ่ง  ชื่อ สุภัททะผู้บวชเมื่อแก่  ได้กล่าวขึ้นว่า  อย่าเศร้าโศกคร่ำครวญเลย  พระพุทธเจ้าปรินิพพานเสียก็ดีแล้ว  พวกเราจะได้ทำอะไร  ตามใจชอบไม่มีใครห้ามปราม  ตำหนิ เมื่อพระศาสดายังทรงพระชนม์อยู่คอยห้ามปราม ตำหนิการกระทำต่างๆ ของภิกษุทั้งหลายอยู่เนืองๆ

        พระมหากัสสปเถระ ได้ฟังแล้วเกิดสังเวชสลดใจว่า  พระศาสดานิพพานไปเพียง  วันเท่านั้น  ยังมีภิกษุที่เป็นเสี้ยนหนามของพระธรรมวินัยถึงปานนี้  ต่อไปภายหน้ากาลเวลานานไปจะเป็นอย่างไร 

        คำพูดของท่านสุภัททวุฑฒบรรพชิต  ถือว่าเป็นการกล่าวจ้วงจาบขาดความเคารพต่อพระธรรมวินัย ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นพุทธสาวกเสมือนผู้แสดงตนเป็นขบถต่อพระศาสดา แต่เนื่องจากเป็นเวลาที่ใกล้การถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ พระมหากัสสปเถระจึงไม่ได้กล่าวอะไรในขณะนั้น

        การที่พระสุภัททวุฒบรรชิต  กล่าววาจาที่เป็นเสี้ยนหนามนั้นเมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นได้ว่า  จะไม่ใช่มีแต่พระสุภัททะวุฒบรรชิตรูปเดียวเท่านั้น  คงจะมีปาปภิกษุอีกไม่ใช่น้อยที่มีความเห็นอย่างสุภัททะวุฒบรรชิต  ความข้อนี้การทำให้เกิดความแตกแยกความสามัคคีในสังฆมณฑล  เคยมีมาแล้วในสมัยที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่  เช่น พระภิกษุชาวเมืองโกสัมพีทะเลาะกันเรื่องน้ำ  และพระเทวทัต มีความประสงค์จะให้พุทธองค์บัญญัติสิกขาบท  ข้อ  คือ

                . ขอภิกษุทั้งหลายจงเป็นผู้อยู่ป่าตลอดชีวิต

                . ขอภิกษุทั้งหลายจงเที่ยวบิณฑบาตตลอดชีวิต

                . ขอภิกษุทั้งหลายจงทรงผ้าบังสุกุลตลอดชีวิต

                . ขอภิกษุทั้งหลายจงอยู่โคนไม้ตลอดชีวิต

                . ขอภิกษุทั้งหลายอย่าพึงฉันปลาและเนื้อตลอดชีวิต

        พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาตตามที่พระเทวทัต ทูลขอ  ด้วยเหตุผลที่ว่า  ข้อที่หนึ่งถึงข้อที่สามนั้นให้เป็นไปตามอัธยาศัย  ข้อที่สี่ทรงมีข้อห้ามไว้ไม่ให้อยู่ในหน้าฝน  เนื่องด้วยเป็นความลำบากในความเป็นอยู่  ข้อที่ห้าให้ภิกษุฉันได้ถ้าไม่ได้รู้ไม่ได้เห็นเองหรือไม่ได้เจาะจงเฉพาะตนเองและภิกษุต้องมีชีวิตอยู่เนื่องด้วยชาวบ้าน เว้นแต่เนื้อต้องห้ามตามพระวินัยบัญญัติ  ๑๐ อย่าง  แต่อย่างไรก็ตาม  เมื่อพระศาสดายังมีพระชนม์ชีพอยู่  เหตุต่าง  ที่เกิดขึ้นก็ย่อมระงับลงได้ด้วยมีผู้ชี้ขาดและตัดสิน    สาวกส่วนใหญ่มีความเชื่อความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า  แม้จะมีความคิดความเห็นไม่ลงรอยกันก็ยังมีความยำเกรงอยู่ไม่กล้ากระทำการใดโดยพลการ

         เมื่อถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเรียบร้อยแล้ว  พระมหากัสสปเถระซึ่งเป็นพระเถระผู้ใหญ่อยู่ในเวลานั้น  ได้ปรารภเรื่องนี้ให้พระสงฆ์อรหันต์ทั้งหลายทราบ  เห็นพร้อมกันว่าควรทำการสังคายนาพระธรรมวินัยให้ทรงจำกันไว้เป็นหลักฐาน  จึงตกลงจะประชุมทำสังคายนาที่กรุงราชคฤห์  ยังเหลือเวลาอยู่อีกเกือบ  เดือนจะเข้าพรรษา  ให้ภิกษุทั้งหลายแยกย้ายกันไปตามอัธยาศัย  พอจวนเข้าพรรษาขอให้ไปประชุมพร้อมกันที่กรุงราชคฤห์ซี่งเป็นเมืองแรกที่พระพุทธเจ้าเสด็จไปประดิษฐานพระศาสนา

        พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้ร้อยกรองพระธรรมวินัย 

        มีเรื่องเล่าว่า  สมัยเมื่อนิครนถนาฏบุตร  ผู้เป็นอาจารย์เจ้าลัทธิสำคัญคนหนึ่งสิ้นชีพ  สาวกเกิดแตกกัน  พระจุนทเถระผู้เป็นน้องชายของพระสารีบุตร เกรงเหตุการณ์เช่นนั้นจะเกิดแก่พระพุทธศาสนา จึงเข้าไปหาพระอานนท์เล่าความให้ฟัง พระอานนท์จึงชวนไปเฝ้าพระพุทธเจ้า  เมื่อกราบทูลแล้วพระองค์ได้ตรัสตอบด้วยข้อความเป็นอันมาก  แต่ไม่อยู่ข้อหนึ่งที่สำคัญยิ่งคือ พระผู้มีพระภาคตรัสบอกพระจุนทะ  แนะให้รวบรวมธรรมภาษิตของพระองค์  และทำสังคายนา คือจัดระเบียบทั้งโดยอรรถและพยัญชนะเพื่อให้พรหมจรรย์ตั้งมั่นยั่งยืนสืบไป

        พระพุทธภาษิตที่แนะนำให้รวบรวมพุทธวจนะร้อยกรองจัดระเบียบหมวดหมู่นี้ ถือได้ว่าเป็นการเริ่มต้นแห่งการแนะนำ  เพื่อให้เกิดพระไตรปิฎกดั่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

        ในสมัยเดียวกันนั้น  และปรารภเรื่องเดียวกัน  คือเรื่องสาวกของนิครนถนาฏบุตรแตกกัน  ภายหลังที่อาจารย์สิ้นชีวิต  ค่ำวันหนึ่ง  เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมจบแล้ว  เห็นว่าภิกษุทั้งหลายยังใคร่จะฟังต่อไปอีก  จึงมอบหมายให้พระสารีบุตรแสดงธรรมแทน  ซึ่งท่านได้แนะนำให้รวบรวมร้อยกรองพระธรรมวินัย  โดยแสดงตัวอย่างการจัดหมวดหมู่ธรรมะเป็นข้อ  ตั้งแต่  ถึงข้อ ๑๐ ว่ามีธรรมอะไรบ้าง อยู่ในหมวด  หมวด   หมวด  และถึงหมวด ๑๐ ซึ่งพระผู้มีพระภาคได้ทรงรับรองว่าข้อคิดและธรรมะที่แสดงนี้ถูกต้อง

        ในขณะที่พระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ยังไม่มีการจัดระเบียบหมวดหมู่  ยังไม่มีการจัดเป็นวินัยปิฎก  สุตตันตปิฎก  และอภิธัมมปิฎก   นอกจากมีตัวอย่างการจัดระเบียบวินัยในการสวดปาฏิโมกข์ลำดับสิกขาบททุกกึ่งเดือน  ตามพระพุทธบัญญัติและการจัดระเบียบพระธรรมแก่พระจุนทเถระและพระอานนท์ในปาสาทิกสูตร  และสามคามสูตร

        พระพุทธเจ้าประทานพุทธโอวาทไว้มาหลายต่างกาลต่างเวลา  ต่างสถานที่ การที่พระสาวกซึ่งท่องจำกันไว้ได้  และจัดระเบียบหมวดหมู่เป็นปิฎกต่าง   ในเมื่อพระศาสดานิพพานแล้ว คือ ในขั้นแรก  คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น  รวมเรียกว่าพระธรรมวินัย  เช่น ในสมัยเมื่อใกล้จะปรินิพพาน  พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า  “ธรรมและวินัยที่เราแสดงแล้ว  บัญญัติแล้วแก่ท่านทั้งหลาย  ธรรมและวินัยนั้น  จะเป็นศาสดาของท่านทั้งหลายเมื่อเราล่วงลับไป”

        สังคายนา แปลตามรูปศัพท์ว่า  ร้อยกรอง คือประชุมสงฆ์จัดระเบียบหมวดหมู่พระพุทธวจนะ  แล้วรับทราบทั่วกันในที่ประชุมนั้นว่าตกลงกันอย่างนี้  แล้วก็มีการท่องจำนำสืบต่อ  มา ในชั้นเดิมการสังคายนาปรารภเหตุความมั่นคงแห่งพระพุทธศาสนา  จึงจัดระเบียบหมวดหมู่พระพุทธวจนะไว้  ในครั้งต่อ  มาปรากฏว่ามีการถือผิด ตีความหมายผิด ก็มีการชำระวินิจฉัยข้อที่ถือผิด ตีความหมายผิดนั้น  ชี้ขาดว่าที่ถูกควรเป็นอย่างไร  แล้วก็ทำการสังคายนา โดยการทบทวนระเบียบเดิมบ้าง  เพิ่มเติมของใหม่อันเป็นทำนองบันทึกเหตุการณ์บ้าง จัดระเบียบใหม่ในบ้างข้อบ้าง  ในชั้นหลัง  เพียงการจารึกลงในใบลาน  การสอบทานข้อผิดในใบลาน  ก็เรียกกันว่าสังคายนาไม่จำเป็นต้องมีเหตุการณ์ถือผิด เข้าใจผิดเกิดขึ้น  

 

        สังคายนาครั้งที่  

        กระทำที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ข้างภูเขาเวภารบรรพต  ใกล้กรุงราชคฤห์ ประเทศอินเดีย  พระมหากัสสปเถระเป็นประธานและเป็นผู้สอบถาม  พระอุบาลีเป็นผู้ตอบข้อซักถามทางวินัย  พระอานนท์เป็นผู้ตอบข้อซักถามทางธรรม  มีพระอรหันต์ประชุมกัน ๕๐๐ 

   วิทยุคลื่นมหายาน ออนไลน์   
       


 
 วิทยุออนไลน์ ดาวโหลดมาติดตั้งที่มือถือ
  ฟังได้ทุกระบบ Android and IOS  
พิมพ์คำว่า
สมาพันธ์สื่อวิทยุพระพุทธศาสนาอาเซี่ยน
     
      

   เว็บเพื่อนบ้าน   
คลื่นมหายาน 2
facebookเสียงธรรมส่องโลก
เพจ ป.จ.ทิพสูงเนิน

   แบบสำรวจ   
รายการเสียงธรรมจากมหายาน ท่านชอบอะไรมากที่สุด
เสียงบรรยายจากพระอาจารย์เสี่ยงป้อ องค์เดียว
เสียงสนทนาเย็นๆกับองค์ค้างคาว
เปิดสายคุยกับผู้ฟังหน้าไมค์
เสียงบทสวดมนต์
เสียงเพลงธรรมะ

   ปฏิทินกิจกรรม   
มิถุนายน
จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.อา.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30

กิจกรรม
คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียด

 
 
 

เว็บไซต์มหายาน ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแผ่ พระพุทธศาสนามหายาน-เถรวาท และศิลปะวัฒนธรรม-ประเพณี 

เป็นแหล่งข่าวสารงานบุญ และกิจกรรมต่างๆเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม

Address is  108/8 moo 8 B.bangmuang T.bangchang A.sampran ,Nakhon pathom 73110, Thailand.

ที่อยู่ 108 หมู่ 8 บ้านบางม่วง  ตำบลบางช้าง  อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110

ติดต่อทีมงาน โทร: 081-137-8680, 086-769-8615, 087-234-2407  
E-mail: Mahayanthailand@Gmail.com


iWebPack 15911609 ผู้เข้าเยี่ยมชม
Designed by: Elegant Web Templates