เว็บไซต์ พระพุทธศาสนามหายานแห่งประเทศไทย
Search Register

   เข้าระบบ   
ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน ?.

   ข้อความสั้น   
ชื่อ:

ข้อความ:
รหัสลับ: e4c25
กรอกรหัส:*
ช่วยเหลือ

admin
27. พฤษภาคม 2016 07:54:16
เว็บมหายาน.โออาจี ข่าวสาร สาระ ธรรมะ เพื่อประชาชนชาวพุทธ


   สมาชิกขณะนี้   
บุคคลทั่วไป: 1
ไม่มีสมาชิกขณะนี้

สมาชิกทั้งหมด: 69
สมาชิกล่าสุด: nathrotch

   แมนดาล่าทราย ศักดิ์สิทธิ์ แห่งพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า

 

พิธีสร้าง แมนดาล่าทรายศักดิ์สิทธิ์ แห่งพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ครั้งแรกในประเทศไทย

       เมื่อวันที่10 เมษายน ที่ผ่านมา หากใครได้ติดตามชมรายการเรื่องจริงผ่านจอ ทางช่อง7 คงได้เห็นเรื่องราวที่พูดถึงพิธีกรรมการสร้างแมนดาล่าทรายโดยคณะแม่ชีชาวเนปาลกลุ่มหนึ่งซึ่งได้เดินทางมายังประเทศไทยระหว่างวันที่ 29มีนาคม -9 เมษายน เพื่อภารกิจศักดิ์สิทธิ์ครั้งนี้แมนดาล่าทราย คืออะไร และมีความพิเศษอย่างไร เรามีเรื่องราวและรายละเอียดให้ติดตาม ตั้ง แต่ปี 1997 เป็นต้นมาคณะแม่ชีผู้ชำนาญด้านการสร้างแมนดาล่าทราย4 ท่าน ได้แก่ แม่ชีธุบเท็น ซังโม แม่ชีล็อบซัง ดรอลมา แม่ชีธุบเท็น ลับดอน และแม่ชีซังเย โชดรอนแห่งสำนักชีโกปัน ประเทศเนปาล ได้ออกตระเวนไปทั่วสหรัฐอเมริกา ฮอลแลนด์ สวิสเซอรแลนด์ ออสเตรีย เยอรมัน ฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆ ทางแถบยุโรปเกือบจะทุกๆ ปี เพื่อแผ่กระจายพลังงานที่ดีและความเมตตาไปสู่ทุกทวีปผ่านทางการสร้างแมนดาล่าทราย ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์และวิจิตรสวยงามที่สุดในเชิงพุทธศิลป์และธรรมเนียมการปฏิบัติแห่งพุทธศาสนามหายานและในปีนี้ก็นับเป็นโชคดีอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ที่คุณไอรินออง แห่ง WOFS ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับแม่ชีแห่งพุทธศาสนาสายธิเบตกลุ่มนี้ ให้มาสร้างแมนดาล่าทรายขึ้นที่ วัดธรรมปัญญารามบางม่วง จ.นครปฐม โดยได้เริ่มประกอบพิธีสร้างแมนดาล่าทรายไปแล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2551 และใช้เวลาในการสร้างทั้งสิ้น 7 วัน แมนดาล่าทรายที่เสร็จสมบูรณ์นี้จะได้รับการเก็บรักษาให้ผู้ศรัทธาเข้าชมเป็นเวลาหนึ่งปีก่อนที่จะทำลายทิ้งตามขนบธรรมเนียม และจะทำการแจกจ่ายทรายแมนดาล่าบางส่วนให้แก่ผู้เข้าร่วมพิธี ส่วนที่เหลือจะนำไปโปรยทิ้งลงในแหล่งน้ำเพื่อเป็นการแผ่กระจายพรศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำบัดรักษาของแมนดาล่าแมนดาล่าคืออะไร

คำว่า “แมนดาล่า”ในภาษาทิเบตคือ “kyil-khor”มีความหมายตามรูปศัพท์ว่า “ซึ่งล้อมรอบจุดศูนย์กลาง” โดยทั่วไปแล้ว แมนดาล่าจะถูกแสดงไว้เป็นรูปแบบสองมิติ ซึ่งโดยปกติก็จะทำจากกระดาษ สิ่งทอ และผงทรายย้อมสี และโดยเฉพาะสำหรับแมนดาล่าทรายจะมีชื่อเรียกว่า dul-tson-kyil-khor ในภาษาทิเบต ซึ่งแปลว่า “แมนดาล่าที่ทำจากผงสี
แมนดาล่า คือการแสดงออกแห่งสภาวะของการรู้แจ้งอย่างถ่องแท้ และถูกนำมาใช้เป็นเครื่องช่วยในการทำสมาธิ กล่าวอย่างง่ายๆ ก็คือ แมนดาล่าแสดงให้เห็นวิมานสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ของผู้รู้แจ้งอย่างชัดเจน และในกรณีนี้ก็คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งความเมตตาอันเป็นสากล ที่รู้จักกันในนามว่า “เชนรีซิก” ในภาษาทิเบต พระอวโลกิเตศวรในภาษาสันสกฤต และกวนอิมในภาษาจีน (สำหรับประเทศไทย ก็จะเป็นพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า) อย่างไรก็ตาม ในระดับที่เป็นนัยขึ้นไปอีก แมนดาล่าจะเป็นสัญลักษณ์ของสภาวะอันบริสุทธิ์แห่งจิตใจเรา ซึ่งสมมติไว้ในรูปแบบของวิมานสวรรค์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยที่ธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะในเนื้อแท้ของเราจะสถิตอยู่ที่ใจกลาง ของวิมานในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง

จากมุมมองทางพุทธศาสนา ความเมตตาและปัญญาคือสองปัจจัยซึ่งเป็นแก่นสำคัญในการปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระจากพันธนาการแห่งความทุกขเวทนาทั้งปวง และทำให้เราบรรลุถึงสภาวะแห่งความสุขที่จริงแท้และยืนนาน

ในระหว่างการสร้างแมนดาล่าทรายของพระเชนรีซิก ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตา แมนดาล่าจะค่อยๆ ก่อรูปขึ้นตลอดช่วงระยะเวลาหลายวันที่ทุ่มเทไปพร้อมกับสมาธิอันแรงกล้าและ งานทรายที่ต้องใช้ความอุตสาหะ ในที่สุดแมนดาล่าซึ่งอยู่ภายในจิตใจนี้ก็จะแปรเปลี่ยนไปสู่งานศิลป์สำหรับ ให้ทุกคนได้เห็นและชื่นชม

แมนดาล่ายังถูกสร้างขึ้นสำหรับพิธีกรรมรับเข้าที่อาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงจะเป็นผู้อนุญาตให้ศิษย์ชั้นสูงเข้าร่วมในการฝึกสมาธิตามแนวตันตระ ทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตอยู่ ณ ใจกลางแมนดาล่า และตัวแมนดาล่าเองล้วนได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบการแสดงออก อันบริสุทธิ์ของจิตใจที่รู้แจ้งอย่างเต็มเปี่ยมของพระพุทธเจ้า ในเชิงสัญลักษณ์แล้ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์คือผู้ให้การยอมรับ ส่วนแมนดาล่าก็คือสถานที่ซึ่งประกอบการยอมรับ ตลอดพิธีกรรมยอมรับนี้ เมล็ดพันธุ์แห่งความรู้แจ้งจะถูกปลูกฝังไว้ภายในจิตใจแต่ละบุคคล และจากนั้นก็จะได้รับการหล่อเลี้ยงโดยกระบวนการอันทรงพลังของ การประจักษ์ถึงและ

การพิจารณาแมนดาล่า
นอกจากนี้ แมนดาล่าพระเชนรีซิกยังจัดเป็นแมนดาล่าแห่งพระพุทธเจ้าทุกองค์ที่มา จากปทุมวงศ์ อย่างเช่น อมิตภพุทธะ และทราบอีกด้วย

ในปีนี้ก็นับเป็นโชคดีอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ที่คุณ ไอรีนออง แห่ง WOFS ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับแม่ชีแห่งพุทธศาสนาสายทิเบตกลุ่มนี้ ให้มาสร้างแมนดาล่าทรายขึ้นที่วัดธรรมปัญญาราม จ.นครปฐม โดยคณะแม่ชีจะเริ่มประกอบพิธีสร้างแมนดาล่าทรายในวันที่ 31 มีนาคม 2551 และจะใช้เวลาพำนักอยู่จนกว่าการสร้างแมนดาล่าจะแล้วเสร็จ ซึ่งใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์โดยประมาณ แมนดาล่าทรายที่เสร็จสมบูรณ์นี้จะได้รับการเก็บรักษาให้ผู้ศรัทธาเข้าชมเป็นเวลาหนึ่งปี ก่อนที่จะทำลายทิ้งตามขนบธรรมเนียม และจะทำการแจกจ่ายทรายแมนดาล่าบางส่วนแก่ผู้เข้าร่วมพิธี และส่วนที่เหลือจะนำไปโปรยทิ้งในแหล่งน้ำเพื่อเป็นการแผ่กระจายพรศักดิ์สิ ทธิ์ แห่งการบำบัดรักษาของแมนดาล่า

ประโยชน์ของแมนดาล่าทราย

การมองไปที่แมนดาล่าทรายจะก่อให้เกิดรอยประทับที่ดีและทรงพลังในจิตใจ แมนดาล่าทรายคือวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างสมคุณความดีและความบริสุทธิ์ขึ้น จากพลังในตัวแมนดาล่าเอง ทั้งยังสร้างสมบุญให้แก่ผู้ทำแมนดาล่าทราย ผู้สนับสนุนการสร้างแมนดาล่า และผู้ที่ได้เห็นแมนดาล่าด้วย

เพียงแค่ได้เห็นแมนดาล่าก็จะก่อให้เกิดคลังอันยิ่งใหญ่แห่งพลังงานที่ดี และทำให้จิตใจของเราสงบสุขผ่องใส การทำความเข้าใจแมนดาล่าก็หมายถึงการทำความเข้าใจหนทางทั้งหมดในการไปสู่ความรู้แจ้ง แต่ละส่วนของแมนดาล่าเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ และย้ำเตือนผู้ปฏิบัติสมาธิถึงความเข้าใจอันถ่องแท้ สภาวะแห่งจิตใจ และความรู้สึกที่เรากำลังพยายามที่จะบรรลุให้ถึง

ท่านลามะ โซปา รินโปเช กล่าวไว้ว่าเพียงแค่เห็นภาพของแมนดาล่าทราย ก็เป็นพลังอันเหลือเชื่อในการชำระกรรมไม่ดีทั้งห้าที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่องได้

กรรมชั่วที่ต่อเนื่องทั้งห้าได้แก่ การฆ่าบิดา การฆ่ามารดา การทำให้พระพุทธเจ้าเลือดตกยางออก การฆ่าพระอรหันต์ การสร้างเหตุให้หมู่สงฆ์แตกแยก แม้แต่กรรมชั่วอันหนักหนาเหล่านี้ที่ทำให้เราต้องทุกข์ทรมานนานชั่วกัปชั่ว กัลป์ในโลกันตรนรกก็ยังสามารถชำระให้บริสุทธิ์ได้ ดังนั้นการกระทำที่ไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรมทั้งสิบ ซึ่งก็คือกรรมไม่ดีในชีวิตประจำวัน เช่นการนินทาว่าร้าย ความโลภ และอื่นๆ ก็ย่อมสามารถชำระล้างได้อย่างไม่ต้องสงสัย
 
ขั้นตอนการทำแมนดาล่าทราย

เริ่มจากการรวบรวมหินคริสตัลสีขาวที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน จากนั้นก็นำมาบดให้มีความหยาบ 3 ระดับ คือ ละเอียด กลาง และหยาบ ก่อนที่จะนำไปผ่านกระบวนการย้อมสีโดยจะมีทั้งสิ้นห้าสี แต่ละสีแทนถึงปัญญาเฉพาะอย่างใน การบรรลุถึงการเป็นผู้รู้แจ้ง  ซึ่งก็คือพระพุทธเจ้า แต่ละขั้นตอนในการเตรียมการนี้ต้องผ่านการปฏิบัติอย่างตั้งใจได้รับ การปลุกเสกก่อนที่ผงทรายย้อมสีจะถูกนำมาใช้สร้างแมนดาล่าบนแท่นไม้ยกพื้นเรียบขนาด ห้าคูณห้าฟุต

 จากนั้นแม่ชีก็ลากเส้นเค้าโครงของแมนดาล่าบนแท่นยกพื้น แต่ละเส้นสายลวดลายเป็นสัญลักษณ์ถึงปัญญาแห่งความสำนึกรู้ เมื่อร่างเค้าโครงเสร็จแล้ว ก็จะว่างทรายสี โดยการเททรายออกจากกรวยโลหะทรงยาวและแคบที่เรียกว่า chak-pu แม่ชีแต่ละคนจะถือกรวยไว้ในมือหนึ่งในขณะที่อีกมือหนึ่งถือท่อนโลหะ อีกอันหนึ่งไว้สำหรับถูกับผิวกรวยด้านนอกที่เป็นรูตะแกรงการสั่นสะเทือนจะทำให้ทรายไหลลงมาเหมือนกับของเหลวความจำเป็นที่ต้องใช้ทั้งกรวยและท่อนโลหะโดยจะขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ในกระบวนการเหล่านี้ ช่วยให้เราระลึกว่าไม่มีสิ่งใดที่คงอยู่ได้โดยไม่พึ่งพาศัยซึ่งกันและกัน สรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากการพึ่งพากันบนความหลากหลายของเหตุปัจจัยตามธรรมเนียมแล้ว แมนดาล่าทรายส่วยใหญ่จะถูกทำลายไม่นานหลังจากที่สร้างเสร็จสิ่งนี้ก็คือการเปรียบเทียบถึงความไม่จีรังยั่งยืนของชีวิต ทรายจะถูกกรวดและนำไปใส่ไว้ในโถและเพื่อความสมบูรณ์ในการให้การบำบัดรักษา ครึ่งหนึ่งของทรายนี้จะถูนำไปแจกจ่ายให้แก่บรรดาผู้ร่วมงานเมื่อเสร็จสิ้นพิธี  ในขณะที่ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปทิ้งลงสู่แหล่งน้ำที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง จากนั้นน้ำก็จะนำพาพรแห่งการบำบัดรักษานี้ไปสู่มหาสมุทร และจากจุดนั้นก็จะแพร่กระจายไปทั่วโลกเพื่อการบำบัดรักษา กฎแห่งการสูญสลายนี้สะท้อนให้เห็นถึงแก่นคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่ว่า สิ่งใดก็ตามที่มีขึ้นด้วยเหตุและปัจจัยย่อมไม่จีรังยั่งยืน การสูญสลายของแมนดาล่าทรายที่สวยงามและเปราะบางซึ่งเกิดจากผลของการทำงานที่ประณีตและพิถีพิถันเป็นเวลาหลายชั่วโมง จึงมีจุดหมายเพื่อกระตุ้นความเข้าใจในเรื่องความไม่เที่ยงแท้ของสรรพสิ่งแมนดาล่าทำจากอะไร?

    แมนดาล่าอาจสร้างขึ้นจากเพชรล้ำค่า ดอกไม้ เมล็ดข้าวแห้ง หินสี หรือทรายสีก็ได้ สำหรับการสร้างแมนดาล่าทราย ทรายนับพันเม็ด ตั้งแต่แบบที่ละเอียดที่สุดไปจนถึงหินทรายเม็ดหยาบ จะถูกทำขึ้นจากหินอ่อนตกผลึกสีขาวที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน และจะถูกนำไปบดให้มีความหยาบต่างๆ กัน จากนั้นผงทรายเหล่านี้ก็จะนำไปผ่านกระบวนการย้อมสี โดยจะมีทั้งสิ้นห้าสี แต่ละสีแทนถึงปัญญาเฉพาะอย่างในการบรรลุถึงการเป็นผู้รู้แจ้ง ซึ่งก็คือพระพุทธเจ้า แต่ละขั้นตอนในการเตรียมการนี้ต้องผ่านการปฏิบัติอย่างตั้งใจและได้รับการปลุกเสกในกระบวนการก่อนที่ผงทรายย้อมสีจะถูกนำมาใช้สร้างแมนดาล่าบนแท่นพื้นเรียบ

      กรวยโลหะที่ใช้นั้นเรียกว่า chak-pu เมื่อกรวยที่มีลักษณะแคบและยาวนี้ถูกนำมาถูกับชิ้นเขาสัตว์ ทรายสีที่บรรจุอยู่ภายในกรวยก็จะไหลออกมาในจังหวะที่สม่ำเสมอ เครื่องขูดที่ทำจากไม้หรือที่เรียกว่า shing-ga ถูกนำมาใช้จัดขอบให้ตรงและจัดเม็ดทรายที่กระจัดกระจายให้สะอาดเรียบร้อย ความจำเป็นที่ต้องใช้ทั้งกรวยและเขาสัตว์โดยจะขาดสิ่งใดไปไม่ได้ในกระบวนการเหล่านี้ช่วยเตือนให้เราไม่ลืมว่า ไม่มีสิ่งได้ที่คงอยู่ได้โดยไม่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน สรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้นจากการพึ่งพากันบนความหลากหลายของเหตุปัจจัย

     ผงทรายย้อมสี ซึ่งมีทั้งสีน้ำเงิน ขาว เหลือง แดง เขียว ดำ น้ำตาล ส้ม ฟ้า เหลืองอ่อน แดง และเขียวอ่อน จะถูกนำมาใช้ ในการฝึกปฏิบัติตามแนวตันตระ สีขาว เหลือง แดง และน้ำเงินอมดำจะเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการกระทำอันสันติ เพิ่มพูน ทรงอำนาจ และดุร้าย ตามลำดับ การกระทำดังกล่าวไม่ได้ถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ส่วนตัว แต่มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือสรรพชีวิตอื่นๆ

       อัตราส่วนที่แน่นอนและรายละเอียดทั้งหมดในการสร้างแมนดาล่าทรายถูกกล่าวไว้ในตำราโบราณทางพุทธศาสนา แม่ชีจะทำตามภาพประติมานวิทยาทางศาสนาอย่างพิถีพิถัน เพราะทุกๆ ส่วนของแมนดาล่าสื่อสัญลักษณ์ถึงแง่มุมที่แตกต่างกันของคำสอนและการตระหนักถึงผู้ตรัสรู้ประจำแมนดาล่านั้นๆ


กำหนดขั้นตอนของพิธีกรรม

     สำหรับแมนดาล่าทรายที่จะสร้างขึ้นภายในวัดธรรมปัญญารามจะได้รับการเก็บรักษาไว้ ณ แท่นยกพื้นเดิม โดยจะครอบไว้ในกรอบกระจกเป็นเวลาหนึ่งปี ก่อนที่จะทำลายทิ้งตามธรรมเนียมปฏิบัติ

1) พิธีกรรมเริ่มต้นการปลุกเสก
แม่ชีเริ่มพิธีด้วยการปลุกเสกพื้นที่จะใช้ในการวาดแมนดาล่าทราย

2) ทำการร่างลายเส้นวิมานสวรรค์
ภายหลังจากพิธีปลุกเสก แม่ชีก็จะเริ่มร่างลวดลายของแมนดาล่าทันที โดยปกติขั้นตอนนี้จะใช้เวลาอย่างน้อยสามชั่วโมงจึงจะแล้วเสร็จ

3) การสร้างแมนดาล่าทรายอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ตลอดช่วงเวลาที่สร้างแมนดาล่านี้ แม่ชีจะเทเม็ดทรายนับล้านเม็ดจากกรวยโลหะแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า chak-pur แมนดาล่าที่เสร็จสมบูรณ์แล้วจะมีขนาดประมาณ 5x5 ฟุต และใช้เวลาสามถึงห้าวันเต็มๆ ในการทำงาน  4) การสร้างแมนดาล่าให้เสร็จสมบูรณ์
การสร้างแมนดาล่าทรายจะเสร็จสิ้นลงโดยแม่ชีจะทำพิธีปลุกเสกอีกครั้งหนึ่ง และหลังจากนั้นแมนดาล่าทรายก็จะถูกเก็บรักษาไว้เป็นเวลาอย่างน้อยหนึ่งปีสำหรับให้ผู้มาเข้าชมและเพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติทางจิตใจ
                   หากเราตั้งจิตภาวนาไปที่องค์พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า เราก็จะถึงซึ่งความรู้แจ้งได้ในที่สุด พร้อมๆกัน เรายังได้รับพลังแห่งการบำบัดรักษาที่เพิ่มพูนขึ้น ทั้งต่อตัวเราเอง และต่อผู้อื่น โรคภัยไข้เจ็บต่างๆทั้งทางกายและทางจิตใจ รวมทั้งความทุกข์ทั้งหลายก็จะลดลงแมนดาล่าพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า        แมนดาล่าทรายที่สร้างขึ้นในประเทศไทย ณ วัดธรรมปัญญารามบางม่วงครั้งนี้ คือแมนดาล่าทรายแห่งพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ทั้งนี้สืบเนื่องจากการที่ท่านเซียงป้อ เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ได้จัดให้มีโครงการหล่อพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้าขึ้นจากเงินแท้ๆ เพื่อเป็นพระประธาน ดังนั้นทางคณะแม่ชีจึงได้สร้างแมนดาล่าทรายพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้าขึ้นให้เป็นการสอดคล้องกัน เพื่อเป็นการเสริมอานุภาพแห่งการประสาทพรแห่งการบำบัดรักษา เพราะพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้าคือพระพุทธเจ้าแห่งการบำบัดรักษาโรคภัย ผู้ที่ได้บูชาพระองค์ด้วยจิตศรัทธาหรือผู้ที่ได้เห็นแมนดาล่าพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ก็จะหายจากโรคภัยไข้เจ็บ ความทุกข์ทรมาน และเคราะห์ร้ายทั้งปวง 
     การได้เห็นหรือได้เพ่งสมาธิไปที่แมนดาล่าพระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า พร้อมๆ กับสวดบทบูชาประจำองค์พระไปด้วย จะช่วยให้เราได้ชำระบาปกรรมที่สั่งสมมาเป็นเวลานับกัลป์ได้ ผู้ที่เจ็บป่วยใกล้ละจากโลก หากได้เห็นแมนดาล่าทรายนี้ ก็จะไม่รู้สึกทุกข์ทรมาน และจะได้ไปเกิดในภพภูมิใหม่ที่ดี และไม่ได้ไปเกิดในภพของเดรัจฉาน
 
 

องค์ประกอบที่ปรากฏในแมนดาล่าทรายทุกส่วนล้วนสื่อความหมายสีทั้งสี่ที่อยู่แต่ละด้านของแมนดาล่าทราย เป็นตัวแทนของทิศทั้งสี่และพระพุทธเจ้าทั้งสี่องค์  ได้แก่

 1 สีเหลือง คือ พระรัตนสัมภวะพุทธะ ผู้ปัดเป่าความทุกขเวทนา 2 สีขาว  คือ พระไวโรจนะพุทธะ ผู้ขจัดความเขลา3 สีเขียว คือ พระอโมฆสิทธิพุทธะ ผู้ปัดเป่าความอิจฉาริษยา4 สีน้ำเงิน คือ พระอักโษภยะพุทธ ผู้ขจัดความเกลียดชัง  
แมนดาล่าทราย แห่งพระเชนรีซิก ช่วยปัดเป่าอุปสรรคทั้งมวลในชีวิต          ช่วงตรุษจีนที่ผ่านมา สมาคมพุทธวิปัสสนาแห่งโลซ่าง ดรักปา ในเมืองเปตาลิง จายา ได้เชิญคณะแม่ชีอาวุโสจากสำนักชีโกปันในกาฐมัณฑุมายังกัวลาลัมเปอร์เพื่อสร้างแมนดาล่าทรายของเชนรีซิก ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตา เพื่อเป็นการฉลองพิธีมหาบูชาของศูนย์ที่จัดขึ้นเพื่อสวดภาวนาให้ทุกคนในโลกมีปีที่ราบรื่นและเป็นมงคลการสวดและถวายบูชาในแต่ละวันดำเนินอย่างต่อเนื่องตลอดสิบห้าวันของเทศกาลตรุษจีนผู้มาเยือน แขก และสมาชิกที่เข้าร่วมพิธีบูชาครั้งนี้ต่างก็ได้ชำระล้างอกุศลกรรมที่สะสมมานับกัลป์ให้หมดไปเพียงแค่ได้มาดูการสร้างแมนดาล่าซึ่งสามารถช่วยขจัดอุปสรรคต่างๆ ให้หมดสิ้นไปจากชีวิตของพวกเขา เอาชนะเคราะห์กรรมตามดวงชะตา ทั้งยังเป็นการสร้างคลังอันยิ่งใหญ่แห่งบุญกุศลทางจิตวิญญาณอีกด้วยสิ่งที่เรียกว่าเป็นโบนัสของงานครั้งนี้คือเนื่องจากตรุษจีนปีนี้ตรงกับเทศกาล โลซาร์ หรือวันขึ้นปีใหม่ของธิเบตพอดี ดังนั้น บุญกุศลทั้งหลายที่สั่งสมขึ้นมาจึงทบทวีเป็นหลายล้านเท่าความหมายของแมนดาล่าทรายพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาคือช่วยปัดเป่าอุปสรรคทั้งมวลในชีวิต ๐วงกลมรอบนอก คือ วงแหวนแห่งเปลวไฟและเป็นสัญลักษณ์ของการเผาผลาญอุปสรรคทั้งมวล ทั้งภายใน ภายนอก และที่แฝงอยู่๐วงกลมที่สอง ซึ่งมีรูปทรงคล้ายเพชร สื่อถึงการปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากสิ่งไม่ดีทั้งหลาย๐สีทั้งห้า แทนถึงปัญญาทั้งห้า ซึ่งเป็นสกุลของพระธยานิพุทธะทั้งห้าและองค์ประกอบแห่งชีวิตห้าประการ(ขันธ์ห้า)ได้แก่  รูป(รูป)  เห็น(เวทนา) จำ(สัญญา) คิด(สังขาร) และรู้(วิญญาณ)อันก่อเกิดเป็นตัวตนสีทั้งห้ายังสื่อถึงธาตุทั้งห้า ที่ประกอบขึ้นเป็นสรรพสิ่งทั้งหลายในสกลจักรวาลอีกด้วย๐ดอกบัวแปดกลีบที่อยู่ตรงใจกลาง ประกอบด้วยอักขระ ฮรีซึ่งเป็นพยางค์พีชะมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ของพระเชนรีซิก และยังสื่อถึงการบรรลุซึ่งความรู้แจ้งอันน่าปิติ ที่ผุดพ้นจากตมอันมืดมิดแห่งสังสารวัฏหรือการเวียนว่ายตายเกิด๐วงกลมตรงใจกลาง เป็นสัญลักษณ์ของพีชะพยางค์ หรือต้นกำเนิดแห่งจักรวาลMandala         การเพนท์ทรายมีที่มาจากรูปแบบศิลป์เชิงวัฒนธรรมของอินเดียแต่ตลอดช่วงเวลานับหลายศตวรรษที่ผ่านมา ศิลป์แขนงนี้ได้ถูกพัฒนาให้สมบูรณ์แบบโดยธิเบต ซึ่งยกย่องงานประเภทนี้ว่าเป็นการฝึกปฏิบัติอันศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่งเฉกเช่นเดียวกับชาวอินเดีย        กรรมวิธีในการทำทั้งประณีตและก่อเกิดเป็นชิ้นงานที่งดงามอย่างแท้จริง เพราะเม็ดทรายที่ผ่านการย้อมสีเป็นพิเศษนับล้านเม็ด ถูกนำมาจัดว่างอย่างสม่ำเสมอด้วยความอุตสาหะ จนกลายเป็นลวยลายอันวิจิตรบรรจงและเป็นสัญลักษณ์ที่ก่อเกิดแมนดาล่า ขั้นตอนเหล่านี้ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณสองสัปดาห์จึงจะเสร็จสมบูรณ์และแม่ชีผู้ร่วมในการสร้างแมนดาล่าก็ปฏิบัติภารกิจด้วยเจตนา ที่จะสร้างความเมตตา และสำนึกอยู่เสมอถึงสัจธรรมที่ว่าสรรพสิ่งล้วนไม่จีรังยั่งยืนผู้ที่ได้เห็นแมนดาล่าควรจดจำลักษณะของแมนดาล่าเอาไว้ เพื่อที่จะได้นำภาพของแมนดาล่ามารวมเข้ากับการฝึกวิปัสสนากรรมฐานการสามารถมองภาพแมนดาล่าให้เห็นเป็นวิมานสามมิติที่อยู่ภายในได้นั้นเป็นตัวช่วยเชิงสัญลักษณ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ในการทำจิตให้สงบและเพิ่มความนิ่งให้แก่จิตใจได้ อันจะนำมาซึ่งความบริสุทธิ์และความประจักษ์แจ้งทางจิตวิญญาณ แมนดาล่ามีทั้งความหมายภายใน ความหมายภายนอก และความหมายแฝง ในระดับภายนอก แมนดาล่าสื่อถึงภาพของสวรรค์อันศักดิ์สิทธิ์ ในระดับภายในก็คือ การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจไปสู่สภาวะที่รู้แจ้ง และในระดับความหมายแฝงนั้น แมนดาล่าสื่อถึงการบรรลุซึ่งทางสว่างแห่งปัญญาการมองหรือสร้างแมนดาล่าพระเชนรีซิกนั้นควรทำร่วมกับการสวดมนตราหกพยางค์คือ โอม มะนี ปัดมี ฮุม ซึ่งมีความหมายว่า โอม รัตนะ ปัทมะ ฮุม นี่คือมนตราที่ทรงพลังอย่างเหลือล้นซึ่งสามารถสวดได้ทุกที่ทุกเวลาเพื่อให้บังเกิดเมตตาจิต การพร่ำสวดมนตรานี้เบาๆ จะก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนของเสียงที่ทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ เพราะจะเกิดเป็นสนามพลังงานที่ได้รับการประสาทพรจากพระโพธิสัตว์แห่งความเมตตาในฉับพลัน      คงไม่มีเวลาช่วงปีใหม่วิธีไหนอีกแล้วที่จะดีไปกว่าการได้เข้าร่วมกิจกรรมทางธรรมและจิตวิญญาณต่างๆ ที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับภารหน้าที่ของปีที่กำลังจะมาถึงแบบนี้ การได้ดูแมนดาล่าค่อยๆ ก่อเป็นรูปเป็นร่างขึ้นไม่เพียงแต่เป็นสิ่งที่สร้างความปิติยินดีและมีความหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการชำระล้างอกุศลทั้งหลายที่ก่อขึ้นมาตลอดเวลาหลายปี ด้วยเหตุนี้ปีใหม่ของพวกเราจึงเป็นประสบการณ์แห่งการชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ซึ่งเป็นไปเพื่อสร้างกุศลกรรมอันเป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตให้อยู่รอด ปลอดภัย แข็งแรง และมีสุขภาพดีตลอดปี ตลอดไป      เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ผู้อ่านที่ติดตามเรามาตลอดคงยังจำกันได้ถึงเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่เราได้เชิญคณะแม่ชี 4 ท่าน จากเนปาล ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแมนดาล่าทรายมาทำการสร้างแมนดาล่าทรายพระไภษัชยคุรุ เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ณ วัดธรรมปัญญาราม อ.บางม่วง จ.นครปฐม...

      หากนับเวลามาถึงตอนนี้ก็เกือบจะครบหนึ่งปีแล้ว และธรรมเนียมของการสร้างแมนดาล่าทรายของพุทธศาสนามหายานก็คือเมื่อสร้างแล้วก็จะต้องทำการทำลายทิ้ง ซึ่งเป็นการกระทำเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความไร้แก่นสาร และความไม่จีรังยั่งยืนของชีวิต ทรายแมนดาล่าทั้งหมดจะถูกรวบรวมมา และส่วนหนึ่งจะถูกแจกจ่ายให้แก่ผู้ร่วมงานเมื่อจบพิธี ในขณะที่อีกส่วนที่เหลือจะถูกนำไปทิ้งลงสู่แหล่งน้ำเพื่อเป็นการกระจายพรแห่งการบำบัดรักษาออกไปสู่ผู้อื่น
ตั้งแต่ที่ได้มีการสร้างแมนดาล่าทรายขึ้น ทำให้มีประชาชนและชาวพุทธผู้เลื่อมใสมาชมและสักการะบูชาแมนดาล่าเป็นจำนวนมาก ดังนั้นสำหรับปีนี้ หลังจากที่แมนดาล่าพระไภษัชยคุรุถูกทำลายลงแล้ว ท่านเซียงป้อซือเฮีย เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามก็จะเชิญคณะแม่ชีให้ทำการสร้างแมนดาล่าขึ้นใหม่ ซึ่งสำหรับแมนดาล่าทรายที่จะทำขึ้นใหม่ในปีนี้ก็คือ แมนดาล่าพระเชนรีซิก
พระเชนรีซิกคือผู้ใด

      พระเชนรีซิก คือชื่อเรียกภาษาทิเบตของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร หรือก็คือเจ้าแม่กวนอิมผู้เป็นที่เลื่อมใสของชาวพุทธ
สำหรับชาวพุทธแล้ว พระอวโลกิเตศวรคือพระโพธิสัตว์ที่สำคัญที่สุด ผู้ช่วยนำเราไปสู่ความตระหนักรู้ในทุกๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตเราทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากความทะยานอยากของเราทั้งสิ้น
      องค์ดาไลลามะได้ตรัสไว้ว่า “ศาสนานั้นโดยพื้นฐานแล้วก็คือผลผลิตจากจิตใจมนุษย์ ความเมตตาคือพื้นฐานของธรรมชาติของคนเรา การที่เราจะบรรลุซึ่งความเมตตาได้นั้น เราไม่จำเป็นต้องเป็นคนเคร่งศาสนา และไม่จำเป็นต้องมีอุดมการณ์ใดๆ แต่สิ่งที่จำเป็นสำหรับเราก็คือการสร้างคุณสมบัติพื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์” ความมีเมตตาซึ่งแสดงออกมาผ่านภาพของพระอวโลกิเตศวรนั้นถือเป็นรากฐานแห่งอารยธรรมทิเบตเลยทีเดียว มนตราที่ชาวทิเบตสวดภาวนามากที่สุดก็คือมนตราของพระอวโลกิเตศวร “โอม มะนี ปัดมี ฮุม” ซึ่งมีความหมายว่า “รัตนะ (แห่งความเมตตา) และปัทมะ (แห่งปัญญา) สถิตอยู่ที่ก้นบึ้งแห่งจิตใจ” ดังที่องค์ดาไลลามะตรัสว่า “พระอวโลกิเตศวรแท้จริงนั้นก็คือความเมตตา คือคุณสมบัติทางอุดมคติที่เราต้องพยายามปลูกฝังบำเพ็ญให้เพิ่มขึ้นมาอย่างไร้ขีดจำกัด”
เชื่อว่าการสวดมนตราของพระอวโลกิเตศวรเป็นประจำจะช่วยเปลี่ยนจิตใจจากความคิดที่เห็นแก่ตัวเอง และกระตุ้นจิตแห่งความมีเมตตาอันเป็นสากลโลกที่สื่อออกมาผ่านทางรูปลักษณ์อันเป็นต้นแบบของพระอวโลกิเตศวร

แมนดาล่าพระเชนรีซิก

     เมื่ออยู่ในรูปแบบของแมนดาล่า ก็จะมีพลานุภาพในการสร้างสมาธิ ที่จะทำให้เราไม่วอกแวก และสร้างสำนึกรู้อันแจ่มชัดขึ้นภายใน การเพ่งมองแมนดาล่าพระเชนรีซิก พร้อมๆ กับสวดมนตราของพระเชนรีซิกไปด้วย จะช่วยนำเราเข้าถึงความเมตตาและปัญญาได้ พระเชนรีซิกจะช่วยดับความหวาดกลัว บรรเทาความวิตกกังวล รักษาจิตใจที่บอบช้ำ และทำให้คำอธิษฐานด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ของเราเป็นจริง
พิธีกรรมในปีนี้นอกจากคณะแม่ชี 4 ท่านที่จะเดินทางมาสร้างแมนดาล่าทรายแล้วเรายังได้รับเกียรติจากท่านลามะเทนซิน โซปาซึ่งเป็นลามะชั้นผู้ใหญ่มาร่วมในงานด้วย
 

     จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของชาวไทยที่จะได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมที่สำคัญครั้งนี้ และได้ร่วมรับพรอันประเสริฐจากองค์เชนรีซิก พร้อมกับความเบิกบานและความผ่องแผ้วแห่งจิตใจจากพลังของแมนดาล่า

ขุมทรัพย์แห่งจักรวาลในแมนดาล่า...

แมนดาล่าคือจักรวาลอันบริสุทธิ์ ที่ซึ่งสิ่งประเสริฐทั้งมวลที่ดูสมจริงราวกับในนิมิตแห่งจินตนาการ ถูกรวมไว้อยู่ภายในวงกลมศักดิ์สิทธิ์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง
การสร้างแมนดาล่าคือธรรมเนียมปฏิบัติของพุทธศาสนามหายาน และในขณะเดียวกันก็ยังมีคุณค่าอย่างสูงในเชิงพุทธศิลป์ ซึ่งมีการสร้างไว้ในหลายรูปแบบ และหนึ่งในนั้นที่ถือเป็นสุดยอดของการสร้างแมนดาล่าก็คือ แมนดาล่าทราย ซึ่งเป็นการสร้างแมนดาล่าด้วยศิลปะการเพนท์ทรายโดยคณะชี นักบวช หรือลามะผู้ชำนาญและได้รับการฝึกฝนเฉพาะทางมาเป็นเวลานาน เพราะการสร้างแมนดาล่าต้องอาศัยทักษะและฝีมือเชิงหัตถศิลป์ชั้นสูง ผู้ทำแมนดาล่าที่ฝีมือดีที่สุดก็คือนักบวชจากอินเดีย เนปาล และทิเบต โดยทั่วไปแล้ว แมนดาล่าจะถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ได้รับการปลุกเสกด้วยกำยานและเครื่องหอม ที่ใจกลางแมนดาล่าจะเป็นสัญลักษณ์ของภูเขาพระสุเมรุ ซึ่งถือเป็นวิมานตามคติพุทธศาสนาและเชื่อกันว่าสถิตอยู่ที่ใจกลางของโลก เชื่อกันว่าแมนดาล่าสามารถปลุกจิตวิญญาณภายในซึ่งซ่อนเร้นอยู่ในตัวมนุษย์ได้ การเพ่งไปที่ภาพวาดแมนดาล่าจะช่วยเปิดจิตที่หยั่งรู้ภายใน ให้ส่วนที่ดีที่สุดในตัวเราแสดงออกมา หยั่งราก และเจริญงอกงาม

 หลังจากที่ประเทศไทย  ได้มีโอกาสอันดีอย่างยิ่งที่คุณไอรีน ออง แห่ง WOFS ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพต้อนรับแม่ชีแห่งพุทธศาสนาสายทิเบต ผู้ชำนาญด้านการสร้างแมนดาล่าทราย 4 ท่านแห่งสำนักชีโกปัน ประเทศเนปาล ให้มาสร้างแมนดาล่าทรายขึ้นที่วัดธรรมปัญญาราม จ.นครปฐม
      โดยคณะแม่ชีได้เริ่มประกอบพิธิสร้างแมนดาล่าทรายในวันที่ 31 มีนาคม 2551 ที่ผ่านมา และใช้เวลาพำนักอยู่จนกว่าการสร้างแมนดาล่าจะแล้วเสร็จ แมนดาล่าทราย – ศิลปะหรือการฝึกปฏิบัติทางจิตใจ?
                ในทางพุทธศาสนาสายทิเบต พระสงฆ์และชีจะสร้างแมนดาล่าที่สลับซับซ้อนด้วยทรายสีที่ทำจากหินพลอยอ่อนบดละเอียด (หินอ่อน) ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกปฏิบัติทางจิต การสร้างแมนดาล่าทรายจะต้องใช้เวลานานนับชั่วโมงและเป็นเวลาหลายวันกว่าจะเสร็จสมบูรณ์ แมนดาล่าแต่ละชิ้นประกอบด้วยสัญลักษณ์มากมายที่จะต้องทำขึ้นซ้ำใหม่อย่างสมบูรณ์แบบทุกๆ ครั้งที่มีการทำแมนดาล่า เมื่อเสร็จสิ้นแล้ว พระสงฆ์หรือชีก็จะชุมนุมกันในพิธีกรรมที่เต็มไปด้วยสีสัน ท่องบทสวดด้วยเสียงทุ้มลึกไปพร้อมๆ กับกวาดแมนดาล่าใส่ไว้ในเหยือก แล้วนำไปเททิ้งลงสู่น้ำเพื่อเป็นการอวยพร การปฏิบัติเช่นนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ถึงวงจรแห่งชีวิตด้วย

        ตามธรรมเนียมแล้ว แมนดาล่าทรายซึ่งทำขึ้นจากหินล้ำค่าหรือหินอ่อนตกผลึกที่ถูกนำมาบดละเอียด จะถือเป็นวัสดุที่ทรงประสิทธิภาพที่สุด ทั้งนี้ก็เพราะองค์ประกอบอันล้ำค่าที่นำเข้ามารวมไว้เหล่านี้ และความชำนาญขั้นสูงล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการสร้างรายละเอียดอันวิจิตรงดงามของแมนดาล่า เนื่องจากเม็ดทรายแต่ละเม็ดทำหน้าที่เป็นพรในขั้นตอนของพิธีกรรม แมนดาล่าทรายทั้งหมดจะรวมกันเป็นคลังแห่งพลังทางจิตวิญญาณอันกว้างใหญ่ไพศาล

       แมนดาล่าทรายไม่ได้เป็นรูปแบบทางศิลปะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทุกๆ ขั้นตอนของการเตรียมการและการสร้างแมนดาล่าล้วนมีความหมายสำคัญ หรืออธิบายอย่างง่ายๆ ก็คือ พระพุทธเจ้าสามารถมองเห็นและออกแบบวิมานสวรรค์ ซึ่งก็คือแมนดาล่าของพวกท่านขึ้นมาได้ ในขณะที่เราไม่สามารถทำได้ เนื่องจากจิตใจของเราถูกบดบังอย่างหนาหนักไปด้วยกรรมที่ไม่ดีและการมองเห็นที่ไม่บริสุทธิ์ ในการที่จะช่วยให้เราสามารถสร้างภาพที่บริสุทธิ์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์และแมนดาล่าของท่านได้ พระพุทธเจ้าได้บอกเราไว้ในคัมภีร์เกี่ยวกับสมบัติต่างๆ ของแมนดาล่าของท่าน เพื่อว่าเราจะได้ทำสมาธิบนแมนดาล่าเหล่านั้น เพื่อสร้างภาพอันบริสุทธิ์และการประจักษ์แจ้งที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นแสดงออกมา ด้วยจุดประสงค์นี้เองจึงเป็นที่มาของการบรรยายอันละเอียดและซับซ้อนของโครงสร้างของแมนดาล่า อันได้แก่ ทวารทั้งสี่ทางทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ฯลฯ สีสัน และเครื่องประดับประดามากมายที่นำมาตกแต่งทั้งส่วนภายในและภายนอกแมนดาล่า แต่ละส่วนเหล่านี้มีความหมายเฉพาะในตัวมันเอง ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการฝึกปฏิบัติของสิ่งศักดิ์สิทธิ์เฉพาะองค์ที่สถิตอยู่ในแมนดาล่านั้นๆ
   วิทยุคลื่นมหายาน ออนไลน์   
       


 
 วิทยุออนไลน์ ดาวโหลดมาติดตั้งที่มือถือ
  ฟังได้ทุกระบบ Android and IOS  
พิมพ์คำว่า
สมาพันธ์สื่อวิทยุพระพุทธศาสนาอาเซี่ยน
     
    ร่วมบุญกับวัดธรรมปัญญาราม
       

   เว็บเพื่อนบ้าน   
คลื่นมหายาน 2
facebookเสียงธรรมส่องโลก
เพจ ป.จ.ทิพสูงเนิน

   แบบสำรวจ   
รายการเสียงธรรมจากมหายาน ท่านชอบอะไรมากที่สุด
เสียงบรรยายจากพระอาจารย์เสี่ยงป้อ องค์เดียว
เสียงสนทนาเย็นๆกับองค์ค้างคาว
เปิดสายคุยกับผู้ฟังหน้าไมค์
เสียงบทสวดมนต์
เสียงเพลงธรรมะ

 
 
 

เว็บไซต์มหายาน ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแผ่ พระพุทธศาสนามหายาน-เถรวาท และศิลปะวัฒนธรรม-ประเพณี 

เป็นแหล่งข่าวสารงานบุญ และกิจกรรมต่างๆเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคม

Address is  108/8 moo 8 B.bangmuang T.bangchang A.sampran ,Nakhon pathom 73110, Thailand.

ที่อยู่ 108 หมู่ 8 บ้านบางม่วง  ตำบลบางช้าง  อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม 73110

ติดต่อทีมงาน โทร: 081-137-8680, 086-769-8615, 087-234-2407  
E-mail: Mahayanthailand@Gmail.com


iWebPack 19361495 ผู้เข้าเยี่ยมชม
Designed by: Elegant Web Templates